เมื่อการแข่งรถประจัญบานกลายเป็นรายการเรียลลิตี้ที่ไร้ขีดจำกัด นั่นคือสิ่งที่ Death Race: Inferno หรือ ซิ่ง สั่ง ตาย 3 : ซิ่งสู่นรก นำเสนอ หนังภาคต่อที่ย้ายสนามจากเรือนจำมาเป็นทะเลทรายคาลาฮารีในแอฟริกาใต้ พร้อมเพิ่มความโหดและความมันส์แบบจัดเต็ม แต่จะมีอะไรใหม่หรือไม่ มาหาคำตอบกัน
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ ไนลส์ ยอร์ค (Dougray Scott) มหาเศรษฐีพันล้านชาวอังกฤษ บีบบังคับให้ เวย์แลนด์ (Ving Rhames) เจ้าของเดดเรซเดิม ต้องขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขัน เวย์แลนด์ไม่พอใจอย่างมาก แต่ก็จำใจ ยอร์คซึ่งมุ่งเน้นแต่กำไร ได้ย้ายสนามแข่งไปยังทะเลทรายคาลาฮารีในแอฟริกาใต้ พร้อมกับบีบให้ แฟรงค์เก้นสไตน์ (Luke Goss) ต้องพ่ายแพ้ในการแข่งขัน แฟรงค์เก้นสไตน์จะเอาชีวิตรอดและหลุดพ้นจากคุกนรกนี้ได้หรือไม่ ติดตามใน เดดเรซ 3
งานการแสดงและตัวละคร
Luke Goss กลับมารับบทแฟรงค์เก้นสไตน์อีกครั้ง เขายังคงความเยือกเย็นและดุดันสมกับเป็นนักโทษหมายเลขหนึ่ง Ving Rhames ในบทเวย์แลนด์ก็ยังแข็งแรงและน่าเกรงขาม Danny Trejo รับบทโกลด์เบิร์ก ช่างเครื่องประจำทีม เพิ่มสีสันให้หนัง ส่วน Dougray Scott รับบทผู้ร้าย Niles York ที่หลงตัวเองและชั่วร้ายได้น่าหมั่นไส้ แต่น่าเสียดายที่ตัวละครส่วนใหญ่ยังตื้นเขิน ขาดมิติที่ทำให้คนดูอิน
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
Roel Reiné ผู้กำกับชาวดัตช์ มาแทน Paul W. S. Anderson ในภาคนี้ เขาจับจังหวะแอ็คชันได้ดี ฉากแข่งรถดุเดือดและรวดเร็ว การใช้กล้องหลายมุมช่วยเพิ่มความระทึก งานภาพในทะเลทรายให้บรรยากาศร้อนระอุ ต่างจากภาคก่อนที่เป็นเรือนจำ ดนตรีประกอบใช้เพลงร็อกหนักหน่วง ช่วยเพิ่มพลังให้การแข่งขัน อย่างไรก็ตาม งานสร้างไม่มีอะไรแปลกใหม่ แค่คงมาตรฐานเดิม
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
Death Race: Inferno เป็นหนังที่รู้ตัวดีว่าคนดูต้องการอะไร: ความมันส์ระห่ำ การตายอันโหดเหี้ยม และรถที่ดัดแปลงสุดแหวกแนว หนังทำหน้าที่นั้นได้สมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่ขาดคือพล็อตเรื่องที่มีน้ำหนักและตัวละครที่พัฒนาขึ้น มันเป็นเพียงความบันเทิงแบบใช้แล้วทิ้ง ไม่มีอะไรให้ขบคิดหรือจดจำนาน ยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนสนามเป็นทะเลทรายก็ไม่ต่างอะไรจากการเปลี่ยนฉากหลัง แก่นของหนังยังคงเดิม
สรุป
Death Race: Inferno เหมาะสำหรับแฟนพันธุ์แท้ของซีรีส์ที่ต้องการความมันส์แบบไม่ต้องคิดมาก แต่ถ้าคุณคาดหวังพล็อตเรื่องที่ดีหรือพัฒนาการของตัวละคร อาจผิดหวัง มันคือหนังแอ็คชันที่ทำหน้าที่ของมันได้ดี แต่ไม่มีอะไรโดดเด่นให้จดจำ
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +ฉากแอ็คชันรวดเร็วและมันส์ตาตื่นใจ
- +การแสดงของ Luke Goss และ Ving Rhames ที่แข็งแกร่ง
- +บรรยากาศทะเลทรายที่แปลกตา
- +เพลงประกอบและเสียงยนต์ที่เร้าใจ
👎 จุดด้อย
- −พล็อตเรื่องบางเบา ซ้ำซาก
- −ตัวละครขาดมิติ ไม่น่าจดจำ
- −CGI ในบางฉากดูล้าสมัย
- −ไม่มีอะไรแปลกใหม่จากภาคก่อน
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แนะนำให้ดู Death Race ภาคแรก (2008) เพื่อทำความรู้จักตัวละครหลัก แต่ภาค 2 และ 3 สามารถดูแยกได้ เพราะเนื้อเรื่องเชื่อมกันเล็กน้อย
เรท R (ในไทยน่าจะเรท 18+) เพราะมีฉากความรุนแรง เลือด การฆ่าอย่างโหดเหี้ยม และภาษาที่ไม่สุภาพ
ภาคนี้ย้ายสนามแข่งจากเรือนจำไปยังทะเลทรายคาลาฮารี มีผู้กำกับคนใหม่ (Roel Reiné) และเน้นการสร้างรายได้จากสื่อมากขึ้น แต่แก่นของหนังยังคงเดิม คือการแข่งขันเอาชีวิตรอด